<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>siridaily.com &#187; film</title>
	<atom:link href="http://siridaily.com/category/movie-motion-pictures/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://siridaily.com</link>
	<description>Music, Blog &#38; Daily life</description>
	<lastBuildDate>Mon, 19 Jul 2010 22:30:31 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>sherlock holmes</title>
		<link>http://siridaily.com/2010/sherlock-holmes/</link>
		<comments>http://siridaily.com/2010/sherlock-holmes/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 26 May 2010 06:55:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>si.</dc:creator>
				<category><![CDATA[film]]></category>
		<category><![CDATA[เชอร์ล็อก โฮล์มส์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://siridaily.com/?p=1077</guid>
		<description><![CDATA[
หนังเรื่อง เชอร์ล็อก โฮล์มส์ สร้างจากนิยายแนวสืบสวน (หรือที่เรียกกันว่ารหัสคดี)  ใครๆ ก็ต้องเคยได้ยินมาบ้าง ถึงชื่อ เชอร์ล็อก โฮล์มส์ นี้ ว่าเป็นนักสืบมากฝีมือ ผู้เขียนนิยายเรื่องนี้คือนักเขียนและคุณหมอชางสก็อตนามว่า เซอร์อาเธอร์ โคนัน ดอยล์ (พฤษภาคม 2402-กรกฏาคม 2473 อายุ 71 ปี) ซึ่งคุณหมอท่านนี้มีอิทธิพลอย่างมากต่อนักเขียนแนวสืบสวนสอบสวนรุ่นหลัง ที่โด่งดังมากก็อย่างเช่น อกาธาร์ คริสตี้ นั่นเอง
เชอร์ล็อก โฮล์มส์ ดับแผนพิฆาตโลก คือชื่อของหนังที่หยิบมาดูในวันนี้ นักแสดงนำระดับแม่เหล็กอย่างโรเบิร์ต ดาวน์นี่ จูเนียร์ ในบทโฮล์มส์ และจู๊ด ลอว์ คุณหมอวัตสัน คู่หูคู่ซี้ที่ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ไขคดีปริศนามาโดยตลอด
แม้จะแต่งจู๊ด ลอว์ให้แก่มากกว่าปกติอยู่หลายสต็อป แต่ยังรู้สึกได้ว่าเป็นคู่หูต่างวัยกับคุณโฮล์มส์อยู่ดี ^^ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้ความสนุกของหนังเรื่องนี้ลดน้อยลงหรอกนะคะ
ในเรื่องนี้ โฮล์มส์ได้รับการว่าจ้างให้ตามสืบ Lord  Blackwood (แสดงโดยมาร์ก สตรอง) บุคคลที่ได้ชื่อว่า &#8220;เล่นของ&#8221; ใช้ชีวิตอยู่กับคุณไสย สั่งใจใครๆ ให้ทำตามใจตัวได้ ซึ่งคนอย่างนี้มักมีนิสัยอยากได้โลกเป็นสมบัติส่วนตัวทุกทีไป ในขณะที่ท่านลอร์ดมนตร์ดำกำลังทำพิธีบูชายันต์ ด้วยฝีมือของนักสืบคู่หู [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://siridaily.com/2010/sherlock-holmes/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Avatar : อวตาร</title>
		<link>http://siridaily.com/2010/avatar-%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a3-2/</link>
		<comments>http://siridaily.com/2010/avatar-%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a3-2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 06 Jan 2010 16:20:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>si.</dc:creator>
				<category><![CDATA[film]]></category>
		<category><![CDATA[Avatar]]></category>
		<category><![CDATA[อวตาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://siridaily.com/?p=963</guid>
		<description><![CDATA[
เริ่มฉายวันแรก 17 ธันวา 52 จนบัดนี้ยังโลดแล่นในโรง ด้วยจำนวนคนดูคับคั่งจนถึงแถวหน้าจอ ว่ากันว่าเจมส์ คาเมรอนมั่นใจมากว่าผู้ชมจะตีตั๋วดูหนังเรื่องนี้มากกว่าหนึ่งรอบเพื่อเก็บรายละเอียด ซึ่งปรากฏการณ์นั้นไม่เคยขึ้นกับเรา

เจค ซูลี่ อดีตนาวิกที่เสียขาเข้ามาทำงานแทนพี่ชายนักวิทยาศาสตร์เป็นฝาแฝดที่ถูกฆาตกรรม เขาทำงานในตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์พร้อมทั้งทำงานให้กับฝ่ายทหารอย่างลับๆ โดยมีขาใหม่เป็นข้อแลกเปลี่ยน
เขาเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ที่แพนโดร่า เรียนรู้วิถีชาวนาวี โดยมีแผนครอบครองแร่ธาตุใต้ดิน อันเป็นหัวใจหลักของโครงการนี้นำทาง เมื่อใช้ชีวิตเช่นนั้นมากเข้าทำให้เจครักชีวิตอย่างชาวนาวีที่รู้จักธรรมชาติ และตัดสินใจร่วมต่อสู้เพื่อขับไล่ฝูงบินรบของทหารที่แสนยานุภาพเหนือกว่าด้วยปัญญาและความสามัคคี
ทึ่งและตื่นตากับฉากแพนโดร่าในจินตนาการ วิวสวยๆ  ชอบชาวนาวีตัวฟ้าตาโตๆ ดูไปดูมา..ชาวนาวีหน้าตาน่ารักเหมือนแมว ยังเอากลับมาเล่นกับแมวที่บ้านจนวันนี้ อิอิ

Most Commented Posts

Ode to J.Smith : เตรียมตัวเสียทรัพย์
ภาษาไทย ภาษาของเรา
แก้เครียดกับ Jason Mraz 
Death Race : ผู้ชายซิ่ง ผู้หญิงฆ่า
Mocca กาแฟรสช็อคโกแลต หวานๆ เย็นๆ
ใครกินเจได้ไปสวรรค์ ?
ติดใจในกลิ่นกาแฟ
ครั้งหนึ่งกับการไปดูหนังในโรงฯ
จิตป่วนกับ Browser อลเวง
Haunting Connecticut คฤหาสน์ช็อค
แฟชั่นใหม่ ไม่เท่ แต่ใช้เถอะ
หัวใจอึ
God Help the Girl
&#8220;รถไฟฟ้า&#8221; ไปดูมาแล้ว
Google Calendar Free SMS [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://siridaily.com/2010/avatar-%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a3-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>The Reader</title>
		<link>http://siridaily.com/2010/the-reader/</link>
		<comments>http://siridaily.com/2010/the-reader/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 04 Jan 2010 04:12:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>si.</dc:creator>
				<category><![CDATA[film]]></category>
		<category><![CDATA[The Reader]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://siridaily.com/?p=945</guid>
		<description><![CDATA[
สารภาพตามตรงว่ากลัวหนังรางวัล และเป็นคุณสมบัติข้อแรกที่ทำให้เลือกไม่ดุเอาง่ายๆ เมื่อจะต้องเอาเงินเข้าแลกกับหนังสักเรื่องหนึ่ง
ว่ากันตามจริง ก็มีแต่ Kate Winslet เท่านั้นที่กวาดรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมจากสองเวทีสำคัญอย่าง Academy Award และ Golden Globe Award ซึ่งไม่น่าเป็นที่กังวลแก่คนพิศมัยหนังบ้านๆ อย่างเราได้เท่าไหร่
แต่&#8230;ระหว่างเรากับ The Reader ยังมีความเกี่ยวพันอิรุงตุงนังอื่นแฝงอยู่อีกนิดหน่อย


Love Letters จดหมายรักทั้งของบุคคลมีชื่อเสียงระดับโลกหลายคน รวมไปถึงตัวผู้เขียน-ปราย พันแสงเองด้วย คารวะในจุดนี้ที่กล้าเอาจดหมายส่วนตัวมาเปิดเผย (แม้จะไม่ได้มีข้อมูลลับทางราชการอะไรซ่อนความนัยน์อยู่ก็ตาม)
Love Letters ไม่ใช่แค่หนังสือที่พูดถึงเรื่องความรักที่ถูกส่งหากันผ่านตัวหนังสือ แต่ผู้เขียนได้เอ่ยถึงหนังสือเล่มอื่นได้อย่างน่าสนใจมากๆ แทรกอยู่เป็นระยะ กระตุกต่อมใคร่รู้จนอยากจะไปไขว่คว้าตามอ่านดูเสียให้ครบก็ว่าได้
ใครเป็นหนอนหนังสือ นี่ก็เป็นหนังสืออีกเล่มที่จะจุดประกายให้ขวนขวายขยายวงความอยากอ่านออกไปได้อีก
The Reader เป็นหนึ่งในหลายๆ เล่มที่ถูกเอ่ยถึง ความอยากจะดิ้นรนไปหามาอ่านเลือนหายไปด้วยภาระกิจต่างๆ นานาในชีวิต จนกระทั่งได้มาพบกันอีกครั้งผ่านชั้นวางหนังให้เช่าร้านเดิมร้านนั้น
Love Letters : ปรายพันแสง โดย : บริษัท เวิร์พอยท์ พับลิชชิ่ง จำกัด ซึ่งปัจจุบันถูกนำมาพิมพ์ใหม่โดยสำนักพิมพ์ Free Form ส่วน เดอะ รีดเดอร์ ก็มีฉบับแปลให้อ่าน ทราบมาว่าพิมพ์มาแล้วหลายครั้ง และล่าสุดโดยสำนักพิมพ์มติชน ราคาราว [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://siridaily.com/2010/the-reader/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>17 Again-เพราะเวลาไม่อาจหวนคืน</title>
		<link>http://siridaily.com/2009/17-again-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://siridaily.com/2009/17-again-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 02 Dec 2009 05:45:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>si.</dc:creator>
				<category><![CDATA[film]]></category>
		<category><![CDATA[17 Again]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://siridaily.com/?p=925</guid>
		<description><![CDATA[
Mike O&#8217;donnell นักกีฬาบาสเก็ตบอลดาวรุ่ง ทั้งหน้าตาดีและมีความสามารถ ในวันที่มีแมวมองมาดูการแข่ง เขากลับตัดสินใจทำบางสิ่งซึ่งจะทำให้เขาต้องเซ็งชีวิตไปอีกตลอด 20 ปีข้างหน้า

หากวันนั้น เขาไม่ตัดสินใจเช่นนี้ ไมค์จะได้รับทุนการศึกษาจนกระทั่งจบมหาวิทยาลัย ทั้งยังจะมีชื่อเสียงและเงินทอง ทุกวันนี้เขาคือเซลขายยาที่หวังไม่ได้แม้แต่ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายที่เฝ้ารอมา 10 กว่าปี เขาคือไมค์ในโลกคู่ขนานที่อยากจะหมุนชีวิตอีกด้านให้กลับมาเป็นของตัวเอง

นอกจากจะ Unlucky in Game อย่างเดียวยังไม่พอ ผู้หญิงที่เขารักมากมายมาตลอดยี่สิบปีก็กำลังฟ้องหย่า ซ้ำร้ายลูกสาวและลูกชายก็ไม่ได้มีความภูมิใจในตัวพ่อเลยสักนิด ไมค์ได้แต่โทษโชคชะตาที่ไม่เคยเปิดประตูโชคดีให้ซักที ครั้งนี้ดูเหมือนว่ามีใครบางคนได้ยินคำก่นด่าของเขาและทำให้มันเป็นจริงเข้าจนได้
ไมค์กลับมาเป็นเด็กสิบเจ็ดอีกครั้ง เขากลับเข้าเรียนในโรงเรียนเดิมด้วยความช่วยเหลือของเพื่อนซี้ผู้ร่ำรวยและยังโสดอย่างเน็ด ไมค์พาตัวเองเข้าไปใกล้ชิดลูกๆ และได้รับรู้ว่าลูกทั้งสองไม่ค่อยมีความสุขนักกับชีวิตในโรงเรียน สัญชาติญาณความเป็นพ่อทำให้เขาไม่รีรอที่จะช่วยนำพาลูกให้ก้าวต่อไปอย่างเข้มแข็ง และเมื่อเหตุการณ์เดิมวนกลับมาอีกครั้ง คราวนี้ไมค์จะตัดสินใจเลือกชีวิตอีกทางอย่างที่เขาพร่ำรำพันมาตลอดหรือไม่&#8230;
ตอนสุดท้ายของหนังสไตล์นี้ก็ต้องจบแบบ Happy Ending แน่นอนอยู่แล้ว แม้จะเป็นหนังเบาๆ ดูได้สบายๆ แต่ก็ยังได้อะไรจากหนังเรื่องนี้อยู่บ้าง จะบอกว่าเป็นหนังฝาแฝดกับ Sliding Doors ก็คงได้อยู่ (แต่เรื่องนี้เบาสมองกว่าเยอะ) ด้วยความคิดที่ว่า ถ้าเราไม่เลือกทำอย่างนี้ ชีวิตเราจะเป็นแบบไหน ตอนเราเป็นเด็ก จะมีกี่คนรู้ว่าอะไรที่ควรทำ อะไรควรเลือก สิ่งไหนจะให้ผลดีกว่า หรือแม้กระทั่งจะตอนแก่แล้วก็ตามที
ในชีวิตจริง คนเราไม่อาจย้อนกลับไปเลือกอะไรได้อีกเป็นครั้งที่สอง แม้หนึ่งนาทีที่ล่วงผ่านยังเอากลับคืนมาไม่ได้ บางเรื่องอาจน่าเสียใจในการกระทำของตัวเอง ก็ยังสามารถทำให้ดีขึ้นได้ในตอนที่ลมหายใจยังมี ไม่ลืมที่จะสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ปล่อยผ่านจังหวะงามๆ ในชีวิต หรือหากว่ามันจะหลุดมือไปแล้วอย่างน่าเสียดาย [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://siridaily.com/2009/17-again-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Orphan</title>
		<link>http://siridaily.com/2009/orphan/</link>
		<comments>http://siridaily.com/2009/orphan/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Dec 2009 04:59:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>si.</dc:creator>
				<category><![CDATA[film]]></category>
		<category><![CDATA[Orphan]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://siridaily.com/?p=919</guid>
		<description><![CDATA[
เรื่องราวชีวิตครอบครัวของเคทและจอห์น ผู้ซึ่งสูญเสียลูกคนที่สามไปตั้งแต่ยังอยู่ในท้อง แม้ว่าทั้งสองจะมีลูกชายคนโต และลูกคนที่สองซึ่งมีปัญหาทางการพูดและได้ยินอยู่แล้วก็ตาม แต่ฝันร้ายนั้นยังคงตามมาหลอกหลอนพวกเขาอยู่เสมอ


เพราะคิดว่าลูกคนที่สามเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ทำให้ครอบครัวสมบูรณ์มากขึ้น แต่เป็นเพราะเคทไม่สามารถมีลูกได้อีกแล้ว ทั้งคู่จึงตัดสินใจเดินทางไปที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เพื่อมองหาเด็กซักคนอย่างที่ต้องการ ซึ่งเพียงคนเดียวที่ดูจะเข้าตาสองสามีภรรยามากที่สุด ก็คือ หนูน้อยที่นั่งวาดรูปเพียงลำพัง นามว่าเอสเธอร์นั่นเอง ด้วยฝีมือการวาดภาพระดับอัจฉริยะเรียกพี่ การพูดจาอย่างฉลาดฉาดฉาน ความสุภาพเรียบร้อยน่ารักผิดธรรมดาเด็กทั่วไป เคทและจอห์นตัดสินใจรับเอสเธอร์เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากรับเข้าบ้านแล้วเคทจึงรู้สึกได้ถึงอะไรแปลกๆ บางอย่างจากเอสเธอร์ ยิ่งสังเกตก็ยิ่งมองเห็น เหตุการณ์เลวร้ายอีกหลายอย่างถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน เคทสงสัยในที่มาของเอสเธอร์ เธอจึงพยายามค้นหา ตรวจสอบ และติดต่อกับผู้คนแปลกหน้าจนวุ่นวาย เธอพยายามบอกสิ่งที่เธอรู้ แต่ไม่มีเชื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจอห์น..สามีของเธอเอง
ต้นเรื่องดำเนินไปด้วยภาพบรรยากาศกดดันความรู้สึกให้ชวนอึดอัด สิ้นหวัง บอกไม่ถูกว่าจากอะไร อาจเป็นสีหม่นมัว หรือสีหน้าของตัวละครประกอบกัน แต่ก็ทำให้รู้สึกอยากจะกดปิดขึ้นมาตะหงิดๆ แถมฉากเปิดเรื่องยังสยองความรู้สึกอีกต่างหาก ซึ่งเป็นการแสดงบาดแผลฝังลึกในใจของเคท อันเป็นเหตุของทุกสิ่งในเรื่องนี้ ความสยดสยองดังว่าจึงควรค่าแก่การให้อภัย แต่งหน้าเด็กได้ดีโดยเฉพาะตอนท้ายเรื่อง ตอนแรกที่ดูก็กดดันนิดหน่อยอย่างที่บอก แต่พอเริ่มกลางเรื่องไปจนกระทั่งจบก็เป็นอารมณ์ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเข้ามาแทนที่ ด้วยเพราะหมั่นไส้ใครบางคนในเรื่อง อิอิ แต่ตอนจบก็จบได้สะใจดีค่ะ แถมโรคจิตนิดๆ อีกด้วย  
ใครสนใจอยากสัมผัสเด็กนรก ตอนนี้มีแผ่นให้เช่าแล้วจ้ะ
Most Commented Posts

Ode to J.Smith : เตรียมตัวเสียทรัพย์
ภาษาไทย ภาษาของเรา
แก้เครียดกับ Jason Mraz [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://siridaily.com/2009/orphan/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>The Last House On the Left</title>
		<link>http://siridaily.com/2009/the-last-house-on-the-left/</link>
		<comments>http://siridaily.com/2009/the-last-house-on-the-left/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Nov 2009 06:06:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>si.</dc:creator>
				<category><![CDATA[film]]></category>
		<category><![CDATA[The Last House On the Left]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://siridaily.com/?p=909</guid>
		<description><![CDATA[
บ้านหลังสุดท้าย..ซ้ายมือ กรี๊ดๆๆๆ!! (อย่าลืมกรี๊ดแบบเอ็คโค่เพิ่มความหลอน) ชอบใจในภาพคมชัดจาก YouTube 

จากรีวิวผ่านรายการ m-cut The Last House on The Left ดูน่าสนใจดี เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับลูกสาวของบ้านที่เจอชะตากรรมอันโหดร้ายจากการกระทำของพวกกลุ่มโจรโรคจิต ด้วยความโกรธแค้นของคนเป็นพ่อแม่ เรื่องราวต่อมาจึงเป็นการเอาคืนอย่างสาสม เกิดเป็นความสงสัยอยากตามดูว่าการเอาคืนนั้นจะเป็นยังไง

The Last House on The Left หนังหลอนๆ เรท R กับความยาว 1 ชั่วโมง 50 นาที ด้วยความไม่คุ้นกับหนังแนวโหดเลือดสาด บางฉากในเรื่องแวร๊งจนต้องรีบกดข้ามไปบ้าง หนังเรื่องนี้เคยถูกสร้างมาแล้วครั้งหนึ่งในปี 1972 ซึ่งก็ถูกดัดแปลงมาจาก The Virgin Spring (1960-Swedish Film) อีกที แต่ใบปิดหลอนพอกันทั้งสองเวอร์ชั่น ดูจบได้เวลาถอนหายใจ จะเรียกว่าเป็นหนังเพื่อปลดปล่อยความโรคจิตจากก้นบึ้งผู้ชมในอีกแบบหนึ่งก็คงได้
เพลง (Score) ประกอบโดย John Murphy ซึ่งล้วนเป็นเพลงหลอนๆ ทั้งสิ้น ส่วนผลงานอื่นของเขาได้แก่

28 Weeks Later (2007)
Basic [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://siridaily.com/2009/the-last-house-on-the-left/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;รถไฟฟ้า&#8221; ไปดูมาแล้ว</title>
		<link>http://siridaily.com/2009/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://siridaily.com/2009/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 Oct 2009 03:29:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>si.</dc:creator>
				<category><![CDATA[film]]></category>
		<category><![CDATA[รถไฟฟ้ามาหานะเธอ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://siridaily.com/?p=869</guid>
		<description><![CDATA[ชื่อเรื่องบ่งบอกว่าหนังต้องจบแบบ Happy Ending โปสเตอร์แลดูเกาหลี (รู้สึกไปเอง ?) ซึ่งไม่ได้ดึงดูดอารมณ์อยากดูของเราเท่าไหร่ อีกทั้งความหล่อทะลุแป้งของคุณพี่เคนที่เราก็เฉยๆ กับพี่แกมาตลอด (ต่อมรับรู้ความหล่อเสียไปแล้ว ?) ด้วยเหตุผลทั้งหลายแหล่นั้นแล้วมีแนวโน้มว่าหนังเรื่องนี้คงจะไม่ได้กินเงินเรา แต่การณ์กลับกลายเป็นว่า&#8230;.ไปดูมาจนได้..ซะงั้น

&#8220;ดูหนัง&#8221; เป็นความสุขแบบฉุกเฉินที่หาได้ง่ายสุดแล้วละมังในฐานะคนกรุง เงินร้อยกว่าบาทกับการแช่ตัวเองอยู่ ณ สถานที่แแห่งหนึ่งสองสามชั่วโมงโดยไม่โดนไล่ที่ นั่งดูทั้งโฆษณาและเทรลเลอร์ ซึ่งก็มีทั้งเบื่อ (โฆษณา) บ้าง หนุกหนาน (ตัวอย่างหนัง) บ้าง อะไรบ้าง ได้ข่าวอยู่ว่าบางคน บางโรง กับหนังเรื่องนี้ ต้องจ่ายค่าเวลาไปถึง 170 บาทต่อตั๋ว 1 ใบ  และโฆษณา+เทรลเลอร์ 45 นาที ได้เตรียมใจไว้แล้วในตอนแรกว่าถ้าเจอสถานการณ์อย่างนั้นจะไม่หัวเสีย โชคดีที่ดูโรงแถวนอกเมืองที่ปกติแล้วเงียบเหงาเป็นป่าช้า จึงเสียค่าตั๋วไปในราคาใบละ 120 ขอขอบคุณในน้ำใจของ SF สาขาตะเข็บ กทม. มา ณ ที่นี้
ดูจากกระแสแล้วหนังเรื่องนี้มีกลุ่มเป้าหมายอยู่ที่หนุ่มสาวโสดกลางคนทำงานออฟฟิศในเมือง ยิ่งถ้าใครใช้บริการ BTS เป็นประจำ อาจจะเผลออินไปโดยไม่ได้ตั้งตัว คนโสดที่มีอะไรหลายๆ อย่างเหมือนนางเอกในเรื่องแล้วไปดูอาจมีจี๊ดใจเล็กๆ เพราะในหนังเขาจบแบบ..&#8221;ไม่ต้องกินข้าวคนเดียวอีกแล้ว&#8221; ขณะที่ชีวิตจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://siridaily.com/2009/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>The Bank Job</title>
		<link>http://siridaily.com/2009/the-bank-job/</link>
		<comments>http://siridaily.com/2009/the-bank-job/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 03 Oct 2009 06:03:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>si.</dc:creator>
				<category><![CDATA[film]]></category>
		<category><![CDATA[The Bank Job]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://siridaily.com/?p=845</guid>
		<description><![CDATA[
วันว่างกับความคิดว่าอยากดูอะไรที่ไม่ต้องคิดมาก เป็นที่มาของ The Bank Job ในครั้งนี้
The Bank Job สร้างจากเหตุการณ์ปล้นแบงก์ที่เกิดขึ้นจริงบนถนนเบเกอร์ อังกฤษ ปี 1971
มาร์ทีน เลิฟ อดีตนางแบบถูกจับที่สนามบินในข้อหามียาเสพติดในครอบครอง เธอโทรหาใครคนหนึ่งเพื่อขอความช่วยเหลือ ซึ่งการจะได้มาซึ่งความช่วยเหลือนั้นย่อมต้องมีข้อแลกเปลี่ยน เธอตัดสินใจรับข้อเสนอนั้นเพื่อให้พ้นมลทินทุกข้อกล่าวหา และเดินหน้าปฏิบัติการ &#8220;ข้อแลกเปลี่ยน&#8221; ในเวลาต่อมา

กิจการร้านขายรถของเทอร์รี่ เลธเทอร์ ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่หวัง ซ้ำยังถูกเจ้าหนี้ตามทวงเช้าเย็น เมื่อเขาได้พบกับอดีตแฟนอย่างมาร์ทีนเข้า เธอจึงเสนองานที่แสนระทึกเร้าใจอย่าง &#8220;การปล้นแบงก์&#8221; ให้เขากับพรรคพวก
พวกเขาวางแผนอย่างรอบคอบรัดกุม โดยอาศัยช่องโหว่ความผิดพลาดของระบบรักษาความปลอดภัย แล้วเริ่มต้นศึกษาผังโครงสร้างอาคาร ห้องใต้ดิน รวมถึงจัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมสรรพ แม้การปล้นดำเนินไปด้วยดีมีระทึกเป็นระยะ ระหว่างนั้นเทอร์รี่สังเกตเห็นพฤติกรรมผิดปกติบางอย่างของมาร์ทีน  และความลับที่เธอสารภาพออกมาในนาทีสุดท้าย พวกเขาพบว่าตัวเองกำลังต่อกรอยู่กับองค์กรลับระดับชาติกับความลับอันตรายที่ไม่ว่าใครก็ไม่ควรล่วงรู้
สรุปว่าเลือกหนังได้ไม่ผิดเรื่อง เพราะสามารถดูได้แบบไม่ต้องคิดมากจริงๆ หนังเริ่มสนุกขึ้นตั้งแต่กลางเรื่อง ด้วยความลุ้นว่าจะปล้นสำเร็จไม๊ ไปจนกระทั่งตอนท้ายที่รู้สึกว่าคุณเทอร์รี่แกช่างหัวหมอซะจริง แม้จะบอกว่าสร้างขึ้นเป็นเรื่องจริงก็ยังเป็นเรื่องเหลือเชื่อเหนือความคาดหมายอยู่ดี
Most Commented Posts

Ode to J.Smith : เตรียมตัวเสียทรัพย์
ภาษาไทย ภาษาของเรา
แก้เครียดกับ Jason Mraz 
Death Race : ผู้ชายซิ่ง ผู้หญิงฆ่า
Mocca กาแฟรสช็อคโกแลต [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://siridaily.com/2009/the-bank-job/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Once หนังดีดนตรีแจ่ม</title>
		<link>http://siridaily.com/2009/once/</link>
		<comments>http://siridaily.com/2009/once/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 14 Sep 2009 04:28:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>si.</dc:creator>
				<category><![CDATA[film]]></category>
		<category><![CDATA[sound]]></category>
		<category><![CDATA[Once]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://siridaily.com/?p=832</guid>
		<description><![CDATA[ภาพจาก wikipedia.org
ตอนเข้าฉายในโรงไม่มีโอกาสไปดู กระทั่ง DVD ออก จึงไม่รีรอสอยมาโดยพลัน (จากร้านเช่านะ)
Once เป็นหนังทุนต่ำ ใช้เงินไปเพียง 160,000 ดอลล่าร์สหรัฐเท่านั้น อุปกรณ์ทุกอย่างใช้เท่าทีมี อะไรที่ไม่มีก็ไม่ใช้ บางมุมก็มีลักษณะของการแอบถ่าย ดูจากภาพในหนังแล้วพอจะนึกออกว่าไม่ได้มีการขออนุญาตใช้สถานที่นั้นๆ อย่างเป็นเรื่องเป็นราว เสื้อผ้าหน้าผมก็แบบ..ออกจากบ้านมาแบบไหนก็ถ่ายไปทั้งอย่างนั้น ภาพที่ได้ยิ่งให้ความรู้สึกสมจริงเสมือนเราอยู่ในสถานที่นั้นกับตัวละครไปด้วยกัน

เรื่องราวของคนสองคนที่จังหวะชีวิตนำพาให้พวกเขามาพบกัน ชายหนุ่มชาวไอริชผู้ซึ่งยังทำงานอยู่ร้านซ่อมเครื่องดูดฝุ่นของพ่อ นอกเหนือจากนั้นก็คือการร้องเพลงเปิดหมวกตามถนนสาธารณะ การได้ร้องและเขียนเพลงคือความสุข แต่ไม่เคยมั่นใจว่าฝันตัวเองจะไปได้ไกลถึงขนาดออกอัลบั้มเป็นของตัวเอง กับหญิงสาวชาวเช็คที่ต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเมืองแปลกหน้า เธอมาพร้อมพรสวรรค์ด้านดนตรีอันล้นเหลือและฐานะทางการเงินที่ยังต้องหาเช้ากินค่ำไหนยังจะภาระทางบ้านที่ต้องรับผิดชอบ ความสุขที่พอจะหาได้ในดับบลินของเธอก็คือการขอเล่นเปียโนในร้านขายเครื่องดนตรีเจ้าประจำ
เนื้อเรื่องดำเนินไปโดยอาศัยบทเพลงเป็นพระเอก หลายเพลงแทบจะฆ่าคนดูให้ตายหมู่อยู่ตรงนั้น อย่าง If You Want Me ที่มาร์เกต้าร้อง ซึ่งเกล็นแต่งทำนองมาให้แล้วรอให้เธอใส่เนื้อ ฟังๆ ไปแล้วน้ำตาจะไหลออกมาได้เองแบบไม่รู้ตัว และอีกเพลงน่ารักมากๆ อย่าง Fallen From the Sky เพลงที่เกล็นร้องเล่าถึงชีวิตตัวเองอย่าง Broken Hearted Hoover Fixer Sucker Guy เพลงนี้ยาวแค่  53 วินาทีเท่านั้น แต่ก็ถูกนำมารวมไว้ในอัลบั้มเพลงประกอบด้วย หนังเรื่องนี้ได้รับการกล่าวขวัญถึงในแง่ของการสร้างแรงบันดาลใจ ความอิ่มเอมใจที่ได้ทำตามความฝันสำเร็จ และความไพเราะของเพลงที่ใช้ดำเนินเรื่อง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://siridaily.com/2009/once/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Bride Wars</title>
		<link>http://siridaily.com/2009/bride-wars/</link>
		<comments>http://siridaily.com/2009/bride-wars/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 24 Aug 2009 05:58:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>si.</dc:creator>
				<category><![CDATA[film]]></category>
		<category><![CDATA[Bride Wars]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://siridaily.com/?p=807</guid>
		<description><![CDATA[Bride Wars
กำกับโดย Gary Winick ผลงานอื่นๆ ของเขาก็เช่น 13 Going 30 และ Charlotte&#8217;s Web
เป็นครั้งแรกที่เคท ฮัดสัน โคจรมาพบกัน แอน แฮททาเวย์ ในบทบาทของสองสาวเพื่อนซี้ที่แชร์ทุกเรื่องราวในชีวิตด้วยกันเสมอ และต่างมีความฝันเหมือนกันว่าวันหนึ่งจะต้องได้เข้าพิธีแต่งงานที่ the Plaza ซึ่งเป็นความฝันสูงสุดของเธอทั้งคู่ก็ว่าได้ แต่แล้วความฝันอันใหญ่ยิ่งกลับเป็นที่มาแห่งรอยร้าวฉานในความสัมพันธ์ไปซะได้

ลิฟ ทำงานเป็นทนายความ ซึ่งไปกันได้ดีกับอุปนิสัยที่ชอบเอาชนะ นิยมความสมบูรณ์แบบ ต้องการเป็นผู้นำล้ำหน้าในทุกเรื่อง และ เอ็มมา เป็นครูสาวหัวอ่อน เรียบร้อย และมักเป็นฝ่ายยอมคนอื่นเสมอ แม้จะต่างกันสุดขั้วแต่ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนดำเนินไปอย่างราบรื่นไร้รอยต่อยาวนานนับสิบปี
ในขณะที่ลิฟไปค้นเจอแหวนหมั้นของแฟนหนุ่มเข้าโดยบังเอิญ เอ็มก็ถูกแฟนหนุ่มที่คบกันมานานขอแต่งงานเข้าแล้ว ความอดทนของลิฟสิ้นสุดและสติแตกจนต้องไปคาดคั้นกับแฟนของตัวเอง (ท่ามกลางสายตาเพื่อนร่วมงานนับร้อย) ว่า &#8220;คุณจะแต่งงานกับฉันไหม&#8221;
ต่อมาทั้งสองสาวต่างจูงมือกันไปใช้บริการ Wedding Planner ที่มีชื่อเสียง แน่นอนว่าพวกเธอก็ต้องการจัดงานที่ the Plaza ในเดือนมิถุนายน (ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นสถานที่และช่วงเวลาท็อปฮิตของคู่บ่าวสาวที่นั่น) ทั้งสองต่างก็เลือกอีกฝ่ายเป็นเพื่อนเจ้าสาวของตัวเอง ทุกอย่างดูเหมือนจะดำเนินไปด้วยดี จนกระทั่งผู้จัดงานแจ้งว่าเกิดความผิดพลาดขึ้น และตารางเวลาของทั้งสองคนจะต้องถูกจัดขึ้นในวันเดียวกัน นั่นหมายความว่าต้องมีใครสักคนเลื่อนวันแต่งงานออกไป.. แต่ข่าวร้ายก็คือวันอื่นๆ ในเดือนมิถุนายนถูกจองเต็มหมดแล้ว และไม่มีใครจะยอมยกเลิกแน่ๆ รวมทั้งลิฟและเอ็มม่าด้วย
แม้จะยอมให้กันมาตลอด แต่งานนี้พวกเธอเดินหน้าแล้วไม่มีคำว่าถอย [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://siridaily.com/2009/bride-wars/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
