siridaily.com

Music, Blog & Daily life

The Reader

the-reader-movie

สารภาพตามตรงว่ากลัวหนังรางวัล และเป็นคุณสมบัติข้อแรกที่ทำให้เลือกไม่ดุเอาง่ายๆ เมื่อจะต้องเอาเงินเข้าแลกกับหนังสักเรื่องหนึ่ง

ว่ากันตามจริง ก็มีแต่ Kate Winslet เท่านั้นที่กวาดรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมจากสองเวทีสำคัญอย่าง Academy Award และ Golden Globe Award ซึ่งไม่น่าเป็นที่กังวลแก่คนพิศมัยหนังบ้านๆ อย่างเราได้เท่าไหร่

แต่…ระหว่างเรากับ The Reader ยังมีความเกี่ยวพันอิรุงตุงนังอื่นแฝงอยู่อีกนิดหน่อย

Lover Letters

Love Letters จดหมายรักทั้งของบุคคลมีชื่อเสียงระดับโลกหลายคน รวมไปถึงตัวผู้เขียน-ปราย พันแสงเองด้วย คารวะในจุดนี้ที่กล้าเอาจดหมายส่วนตัวมาเปิดเผย (แม้จะไม่ได้มีข้อมูลลับทางราชการอะไรซ่อนความนัยน์อยู่ก็ตาม)

Love Letters ไม่ใช่แค่หนังสือที่พูดถึงเรื่องความรักที่ถูกส่งหากันผ่านตัวหนังสือ แต่ผู้เขียนได้เอ่ยถึงหนังสือเล่มอื่นได้อย่างน่าสนใจมากๆ แทรกอยู่เป็นระยะ กระตุกต่อมใคร่รู้จนอยากจะไปไขว่คว้าตามอ่านดูเสียให้ครบก็ว่าได้

ใครเป็นหนอนหนังสือ นี่ก็เป็นหนังสืออีกเล่มที่จะจุดประกายให้ขวนขวายขยายวงความอยากอ่านออกไปได้อีก

The Reader เป็นหนึ่งในหลายๆ เล่มที่ถูกเอ่ยถึง ความอยากจะดิ้นรนไปหามาอ่านเลือนหายไปด้วยภาระกิจต่างๆ นานาในชีวิต จนกระทั่งได้มาพบกันอีกครั้งผ่านชั้นวางหนังให้เช่าร้านเดิมร้านนั้น

Love Letters : ปรายพันแสง โดย : บริษัท เวิร์พอยท์ พับลิชชิ่ง จำกัด ซึ่งปัจจุบันถูกนำมาพิมพ์ใหม่โดยสำนักพิมพ์ Free Form ส่วน เดอะ รีดเดอร์ ก็มีฉบับแปลให้อ่าน ทราบมาว่าพิมพ์มาแล้วหลายครั้ง และล่าสุดโดยสำนักพิมพ์มติชน ราคาราว 200 บาท

*** หมายเหตุ บรรทัดต่อไปนี้ มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์ ***

The Reader ฉบับภาพยนตร์ เริ่มต้นเรื่องขึ้นในเยอรมันสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 บนรถรางและความป่วยไข้ของไมเคิล เบิร์ก หนุ่มน้อยวัย 15 กับฮันนา ชมิดต์ นายตรวจรถรางวัย 36 ผู้ซึ่งพบเขาซ่อนตัวอาเจียนในซอกตึก ระหว่างทางกลับบ้านของเธอเช่นกัน

หลังหายป่วยไมเคิลกลับมาพร้อมช่อดอกไม้เพื่อขอบคุณ แต่กลับได้เห็นฮันนาในซีนสุดอีโรติกไปแทน เด็กหนุ่มรุ่นกระทงกับความอยากรู้อยากเห็นและฮอร์โมนเพศเป็นแรงขับสำคัญที่ทำให้เขากลับมาพบเธออีกครั้งและสานต่อความสัมพันธ์ในแบบที่ไม่สังคมไม่อาจยอมรับ ฉากที่ฮานากำลังสวมถุงน่องช้าๆ โดยมุมกล้องแสดงให้เราเห็นแบบเดียวกับที่ไมเคิลเห็น-คือลักษณะแบบแอบมอง นี่มัน..สุดๆ ไปเลย

การพบกันหลายครั้งนั้นมีเพศรสของไมเคิลเป็นแรงขับล้วน ฮันนาก็ถามถึงวิชาต่างๆ ที่โรงเรียนของเขา เธอมักจะยิ้มและฟังเขาเล่าอย่างตั้งใจด้วยดวงตาเป็นประกาย ฮันนาเป็นผู้ตั้งกฎที่เรียกได้ว่าแหวกแนวกว่าทุกคู่รักในโลก นั่นคือไมเคิลต้องอ่านหนังสือให้เธอฟังก่อนทุกครั้ง เธอมีความสุขอย่างเหลือเกินกับการที่ได้ฟังเสียงอ่านจากคนรักก็ยิ่งทำให้ไมเคิลมีความสุขกับการได้อ่าน ระหว่างการดำเนินเรื่องเราก็สงสัยว่า..มันจะเป็นต่อไปเช่นนี้น่ะหรือ ? ความรัก (หรือใคร่) อย่างนี้มันจะดำเนินต่อไปได้นานแค่ไหนกัน การกระทำของไมเคิลนั้นผู้ชมเดาไม่ยาก แต่ใจของฮานายากจะคาดเดา จูงใจให้เราตั้งหน้าตั้งตาดูต่อไปเรื่อยเผื่อว่าจะเจอเฉลยให้เข้าใจ (หรืออาจจะงงมากกว่าเดิม?)

ความสัมพันธ์แบบบิดเบี้ยวผิดเพี้ยนดำเนินต่อไปไม่นานนัก วันหนึ่งฮานาตัดสินใจย้ายออกไปโดยไร้คำลา เหตุผลมิใช่เรื่องความถูกต้องทางศีลธรรมจารีตอะไรทั้งสิ้น ทิ้งไมเคิลไว้กับความสับสนอย่างไร้เยื่อใย

ต่อมาไมเคิลกลายเป็นนักเรียนกฎหมาย ในวิชาหนึ่งที่ต้องเข้าฟังการพิจารณาคดีของอดีตเจ้าหน้าที่ค่ายกักกันชาวยิว เป็นวันที่เขาได้พบเธอ (อยู่ฝ่ายเดียว) อีกครั้งในฐานะจำเลย ศาลต้องการพิสูจน์ลายมือของเธอเพื่อเปรียบเทียบกับหลักฐานชิ้นสำคัญ ฮานามองปากกาและกระดาษตรงหน้าอย่างหวาดหวั่น เธอดูจดๆ จ้องๆ ท่ามกลางเสียงก่นด่าสาปแช่งของผู้เข้าร่วมฟังหลายชีวิต สุดท้ายแล้วเธอยอมรับว่าเป็นคนเขียนเอง พร้อมๆ กับที่น้ำตาลูกผู้ชายของไมเคิลไหลนองอาบหน้า

หนังเล่าเรื่องสลับปัจจุบันและอดีต ยิ่งทำให้รู้สึกได้อย่างแนบเนียนว่าไมเคิลใช้ชีวิตหมดเปลืองไปกับการครุ่นคิดถึงฮานา ความสุขในวันนี้หนีหายไปหมดสิ้น ครอบครัวหย่าร้างและความสัมพันธ์เหินห่างกับลูกสาวเป็นสิ่งยืนยัน ที่ถูกใจมากฉากหนึ่งคือต้นเรื่องที่ไมเคิลปัจจุบันเปิดม่านมาสบตากับตัวเองในวัย 15 ขณะนั่งรถรางกลับบ้าน เป็นการเชื่อมเรื่องได้สวยงามดีแท้

ที่สุดแล้ว สิ่งที่ไมเคิลช่วยเธออย่างสบายใจเกิดขึ้นเมื่อเขาตัดสินใจอัดเสียงอ่านหนังสือเล่มแรกที่เคยอ่านเมื่อครั้งโน้นส่งให้เธอฟัง ฉากที่ฮันนาค่อยๆ เปิดเทปฟังแล้วปิดมันลงในแทบจะทันทีแบบไม่เชื่อหูตัวเอง ช่างกระชากหัวใจอย่างรุนแรง เกิดความปั่นป่วนภายในจนน้ำตาไหลเอ่อออกมา ฮันนาไม่มีญาติหรือพี่น้องที่ไหน ไม่เคยมีใครมาเยี่ยม ช่วงเวลานั้นยังมีไมเคิลที่นึกถึงเธอ

ไมเคิลอัดเสียงส่งให้ฮานาอย่างต่อเนื่อง และฮานาเริ่มหัดเขียน หัดอ่านหนังสือเอาในตอนนี้นี่เอง เธอเขียนจดหมายหาเขาเป็นประโยคสั้นๆ หลายฉบับแม้ไม่เคยได้รับการตอบกลับ ในตอนแรก ฮันนาได้รับคำพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต แต่แล้วในตอนท้ายหนังบอกแก่เราว่าเธออยู่ในนั้น 20 ปี เรือนจำติดต่อไมเคิลให้มารับและดูแลฮันนาให้กลับเข้าสู่สังคม เพราะเขาเป็นเพียงคนเดียวที่เธอติดต่อด้วย ทุกสิ่งกำลังจะคลี่คลาย..

ไมเคิลได้พบและพูดคุยกับฮันนาอีกครั้ง มีกำแพงบางๆ กางกั้นระหว่างคนสองคน ฮันนาอาจพูดถูก คนตายไปแล้วแก้ไขอะไรไม่ได้ การทำงานรับใช้นาซีเป็นสิ่งที่สังคมประณามรังเกียจ เป็นตราบาปที่เยอรมันรุ่นหลังก็ยังไม่ลืมเลือน ใครๆ อาจพิพากษาเธอ แต่ก็ยังไม่เท่าประโยคเดียวที่ไมเคิลตัดสิน

การไม่รู้หนังสือเป็นเรื่องน่าอายขนาดไหนกัน คนดูที่โดนคุณปรายสปอลย์ไคลแมกซ์มาแต่หัววันอย่างเราไม่ช็อคความรู้สึกมากนัก ตามหนังเรื่องนี้มาดูเพราะสปอยล์ด้วยซ้ำไป แต่ความรู้สึกยากบรรยายหลายสิ่งติดค้างในใจหลังหนังลาจอ ส่วนตัวรู้สึกว่า..แสนโรแมนติก–อ่านหนังสือส่งให้คนรักฟัง เริ่มต้นด้วยเรื่องที่เคยอ่านให้กันเมื่อครั้งเก่าเป็นนัยว่าไม่เคยลืม อยากจะขนานนามว่าเป็นรักฉบับหนอนหนังสือ แถมพกด้วยปมปัญหาหนักอึ้งเรื่องนาซีและหน่วยสังหารเอสเอสที่สร้างความซับซ้อนมากขึ้นไปอีก เป็นหนังที่รู้สึกคุ้มค่าต่อสายตาและความรู้สึก ตามต่อด้วยการ (กำลังจะ) ค้นควานหนังสือฉบับแปลมาอ่าน ได้ข่าวมาว่าแปลดีคุ้มราคา

ตามเจอจนอ่านจบเมื่อไรจะนำมาเล่าสู่กันฟังในโอกาสต่อไป :-)


Most Commented Posts

Tagged as:

Leave a Response

IMPORTANT! To be able to proceed, you need to solve the following simple math (so we know that you are a human) :-)

What is 7 + 5 ?
Please leave these two fields as-is: