Kings of Convenience Live in BKK
ช่างล่าช้าเอาการที่จะมาเขียนถึงในตอนนี้ ก่อนที่ความจำจะเหลือน้อยลงไปทุกที ทึกทักเอาเองว่าน่าจะเขียนถึงกันไว้เป็นเกียรติประัวัติแก่ตนเองซักหน่อย กล่าวถึง Kings of Convenience พวกเขาเป็นคู่หูจากนอร์เวย์ที่เกิดในปีเดียวกันคือ 1975 คุณแว่นมีนามว่า Erlend Øye ส่วนอีกหนุ่มนั้น Eirik Glambek Bøe คือชื่อของเขา กับผลงานแนวโฟล์กที่ออกมาแล้ว 4 อัลบั้ม คือ Quiet is New Loud (2001) Versus (2001-Remix) Riot on the Empty Street (2004) Declaration of Dependence (2009) ซึ่งได้เขียนถึงวงนี้มาแล้วสองครั้งสองครา คือ Kings of Convenience-Declaration of Dependence และ แล้วเธอก็มา
23 มีนาคม ความจริงอันเหลือเชื่อก็บังเกิด ณ Moonstar Studio1 ลาดพร้าว 80 นับเป็นปรากฎการณ์เแรงเกินคาดเมื่อบัตรหนึ่งพันในแรกขายหมดอย่างรวดเร็วจนต้องเปิดขายอีกพันใบในเวลาต่อมา รวมถึงย้ายจาก Butter Butter หลังเอสพลานาดมาเป็นที่นี่ จะไม่ให้เหลือเชื่อได้อย่างไร..ก็ในเมื่อแผ่นจากอัลบั้มล่าของพวกเขายังไม่มีขายในประเทศนี้ (ในตอนแรก แต่ตอนนี้มีขายแล้วค่ะ) แต่บัตรดันขายหมดอย่างรวดเร็วในพริบตาซะงั้น
ด้วยบัตรยืนราคา 800 กับความวิตกจริตเข้าขั้น วันนั้นจึงลงทุนถึงขั้นลางานเพื่อจะได้จับจองที่ยืนแถวหน้ากันเลยทีเดียว บัตรแจ้งว่าประตูเปิดหนึ่งทุ่ม แต่เมื่อได้เข้าไปภายในแล้วก็ยังต้องนั่งรอ นอนรอกันนานพอควรกว่า Squeeze Animal ซึ่งเป็นวงเปิดจะขึ้นเล่น ซึ่งตรงนี้คาดว่าทางผู้จัดต้องการรอให้คนเต็มสตูดิโอมากกว่าเหตุผลอื่นใด และทาง Squeeze Animal ก็ทำหน้าที่เป็นวงเปิดได้ดี พ่วงด้วยการแนะนำตัวเองแบบไบลิงกัวแถมท้ายอีกต่างหาก
ก่อนโชว์ของศิลปินหลักจะเริ่ม ผู้จัดออกมา “ทำความเข้าใจร่วมกัน” ว่า ใน 30 นาทีแรก ห้ามถ่ายรูปเด็ดขาด หลังจาก 30 นาทีนี้สามารถถ่ายได้แต่ไม่ควรใช้แฟลช ส่วนวีดีโอ สามารถถ่ายได้ตลอดเวลา เพราะว่านี่เป็นอคูสติกคอนเสิร์ต เสียงชัตเตอร์ของกล้องถ่ายภาพจะทำลายสมาธิของศิลปินและทำให้เสียอรรถรสในการรับชมได้ ซึ่งนั่นทำให้เราเกร็งขึ้นมานิดนึง และคิดในใจว่าสองหนุ่มค่อนข้างจะติสท์อย่างที่ไม่เคยเจอใครเป็นเยี่ยงนี้มาก่อนเลยแฮะและนั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมกล้องคอมแพ็กปองแปงของเราจึงไม่สามารถเก็บภาพ (ที่ดีมีคุณค่าแก่การยล) ของพวกเขามาได้เลย
แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อโชว์เริ่มขึ้นจริงๆ เราก็พบว่า พวกเขาน่ารักและเอ็นเตอร์เทนผู้ชมได้เป็นกันเองอย่างมากกก ไม่ได้เป็นอย่างที่กลัวไปเองเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นการขอให้ผู้ชมดีดนิ้วให้เข้าจังหวะแทนการตบมือ (ซึ่งเป็นสิ่งที่เกินความสามารถของข้าพเจ้าเป็นอย่างยิ่ง) Because It’s Jazzzz-Erlend เขาว่า การเล่นถ่ายภาพร่วมกับผู้ชมด้วยกล้องของพวกเขาเอง และแอ็คติ้งขำๆ ของคุณ Erlend ที่แสดงท่าทางมันส์ๆ แถมด้วยท่าแดนซ์สลับเข่าสุดฮา เรียกเสียงกรี๊ดจากผู้ชมได้มากโข ยังไม่รวมกับการหยอดมุขฮาตลอดงาน ในขณะที่ Eirik จะดูเงียบขรึมกว่าอย่างเห็นได้ชัด ก็อาจจะพูดไม่ค่อยเก่งไปบ้าง แต่ไม่เกินแฟนๆ จะให้อภัยแน่นอน
ชัดเจนว่าพวกเขาปลาบปลื้มเอาการที่บัตรขายหมดเร็วขนาดนี้ แถมท้ายด้วยอังกอร์หนึ่งรอบ กับความรู้สึกของหลายคนมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าทำไมเวลาช่างผ่านไปเร็วนัก ได้แต่หวังว่าพวกเขาจะมาให้เราเจอตัวเป็นๆ อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง เรื่อยๆ ไป (หวังมากไปนิด ณ จุดนี้ อิอิ)
ตอนเดินออกจากสตูดิโอ ผู้จัดนำโปสเตอร์สวยๆ ของงานนี้มาแจกตรงทางออก และฝูงชนก็ฮือเข้าไปรับด้วยความยินดี ซึ่งมีโลโก้เบียร์สิงห์ปะหน้าว่าเป็นสปอนเซอร์ของงาน งานหน้าก็ขอให้สปอนเซอร์ใจดีอย่างนี้เรื่อยๆ ไปโน๊ะ!!
นี่คือวีดีโอที่ถ่ายมาได้ ใครที่พลาดก็ชมพอเป็นกระษัยนะคะ กล้องเล็กๆ คุณภาพอาจไม่ดีนัก พอกล้อมแกล้ม



ผมก็ไป
เป็นคอนเสิร์ตที่ประทับใจมากกก ยิ้มกว้างๆ ได้ตลอด และร้องฮัมตามอย่างมีความสุข
(ปกติไปดูคอนเสิร์ต จะต้องเสียงแหบและเมื่อยตัว ชิลๆ อย่างนี้ก็ดีเหมือนกันแฮะ