the Happening

the Happening หรือในชื่อไทยว่า “วิบัติการณ์สยองโลก”
นำแสดงโดยสุดสวยซูอี้ เดซชาเนล และ มาร์ค วอห์ลเบิร์ท กำกับและเขียนบทโดย เอ็ม ไนท์ ชยามาลาน
อ้อ นอกเหนือจากการเป็นนักแสดงแล้ว โซอี้ยังมีผลงานเพลงของตัวเองด้วย อ่านเพิ่มเติมจากที่นี่ She&Him Volume One
จากชื่อผู้กำกับแล้วก็พอเดาทางได้ว่าจะต้องเป็นหนังหลอนประสาทที่เล่นกับความรู้สึกของคนดู ประเภทที่ว่าทำให้รู้สึกกลัวผีได้ทั้งๆ ที่ไม่มีผีซักตัวโผล่มาในเรื่อง นั่นล่ะ เป็นเอกลักษณ์และเป็นความฉกาจฉกรรจ์ในการกำกับของเอ็มไนท์.
ผลงานเก่าๆ ที่แม้ไม่ใช่แฟนคลับของเค้าก็ต้องรู้จักหรือเคยได้ยินชื่อมาบ้าง อย่าง Signs, the Six Sense, Unbreakable, the Village, Lady in the Water เป็นต้น
ส่วนตัวไม่ใช่แฟนคลับ และไม่ชอบดูหนังผีๆ หลอนๆ (แม้เลือกที่จะหยิบหนังทำนองนี้ขึ้นมาดูบ่อยๆ ก็ตาม ;-p) แต่วันนี้ก็เลือกหนังเรื่องนี้ติดมือกลับมาจากร้านเช่าซะแล้ว
เรื่องย่อ
the Happening เรื่องราวเกิดขึ้นในมหานคร NewYorkCity ณ Central Park ที่ผู้คนมากมายไปทำกิจกรรมกันที่นี่ ทั้งออกกำลังกาย พักผ่อน หรือนั่งอ่านหนังสือกับใครซักคน บรรยากาศแจ่มใส ฟ้าโปร่ง ลมพัดเย็นสบาย
แต่แล้วผู้คนทั้งหลายต่างหยุดชะงักกิจกรรมของตน แล้วใครคนหนึ่งในพาร์คก็เริ่มต้นหยิบจับอุปกรณ์ที่มีความแหลมคมขึ้นมาเสียบคอตัวเอง! แล้วคนอื่นๆ ที่เหลือต่างเริ่มปฏิบัติการทำลายชีวิตตัวเองอย่างต่อเนื่องกันราวคลื่นกระทบฝั่งที่ไม่มีวันจบสิ้น
ไกลออกไป ณ โรงเรียนแห่งหนึ่งในฟิลลาเดเฟีย เอลเลียต มัวร์ (มาร์ค วอห์ลเบิร์ท) กำลังสอนในชั้นเรียนวิทยาศาสตร์อย่างสนุกสนาน ก็ถูกขัดจังหวะด้วยการเรียกประชุมด่วนโดย ผ.อ ของโรงเรียน เพื่อแจ้งข่าวร้ายให้ทุกคนรู้ว่ากำลังเกิดอะไรบางอย่างที่ไม่ปกติขึ้นในประเทศของพวกเค้า และเพื่อความปลอดภัย ทุกคนต้องรีบแยกย้ายกลับบ้านเดี๋ยวนี้
เอลเลียต และอัลม่า แฟนสาว (ซูอี้ เดซชาเนล) และเพื่อนสนิทครูสอนคณิตศาสตร์ จูเลี่ยน และลูกสาว-เจส ร่วมเดินทางไปเพนซิลเวเนียโดยรถไฟ ด้วยหวังว่านั่นจะเป็นทางเดียวที่จะรักษาชีวิตของพวกเค้าไว้ได้ ทว่าเดินทางไปได้เพียงครู่ใหญ่รถไฟก็หยุดการเดินทางเพราะขาดการติดต่อ ทุกชีวิตบนขบวนรถไฟจึงต้องออกเดินเท้าไปยังร้านอาหารที่อยู่ใกล้ที่สุดเพื่อหาอะไรใส่ท้องและเพื่อรับฟังข่าวสาร ก่อนจะตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป

ความเห็น : เปิดเผยเนื้อหาของเรื่อง (ตัวหนังสือสีม่วง)
ว่าด้วยการเล่นความความรู้สึกกลัว ก็ทำได้น่ากลัวสมชื่อเช่น บรรยากาศ อารมณ์ แสง สี เสียง บางซีนแค่มุมกล้องอย่างเดียวก็ทำให้ความรู้สึกสยองคืบคลานมาในสมองใด้ง่ายๆ อย่างเช่น ตอนอัลม่าเงยหน้าขึ้นมองกิ่งไม้บนหัวตัวเองที่อยู่สูงขึ้นไป อดรู้สึกไม่ได้ว่าเดี๋ยวคงมีอะไรตกลงมาแบบให้ตกใจแน่ๆ (แต่ก็ไม่มี)
จาก Special Feature บอกว่าปกติแล้วเอ็มไนท์ทำแต่หนังเรท PG-13 แต่เรื่องนี้เขาต้องพยายามทำออกมาให้เป็นเรท R ภาพที่ออกมาจึงค่อนข้างโหด เห็นเลือด เห็นการฆ่าแบบไม่ต้องเสียเวลาจินตนาการ
ส่วนพล็อตเรื่องค่อนข้างลอยๆ และไร้เหตุผล เนื้อหาทั้งหมดในหนังเป็นเรื่องราวภายในหนึ่งวันเท่านั้น และสาเหตุที่ทำให้คนตายก็เพราะ “สารเคมีจากต้นไม้” และ “ลม” ซึ่งเป็นตัวนำสารเคมีเหล่านั้นมาสู่ผู้คน ทำให้สมองในส่วนที่ป้องกันตัวเอง หรือส่วนรับรู้อันตรายทำงานผิดพลาดไป
เมื่อเกิดลมพัดแรง ต้นไม้จะนำสารเคมีมาสู่คน ในทันใดผู้คนก็จะยืนนิ่งเป็นหุ่นยนต์ แล้วหาอาวุธที่ใกล้ตัวที่สุดขึ้นมาฆ่าตัวตาย ทั้งกระโดดตึก (เรียกได้ว่าปลิวว่อนจากยอดตึกกันเลย สำหรับเรากลายเป็นฉากตลกไปเลยล่ะ) เอาปิ่นปักผมมาเสียบคอ นอนรอให้เครื่องตัดหญ้าวิ่งมาบดไถตัวเอง ยื่นแขนทั้งสองข้างให้เสือกระชากกินอย่างเอร็ดอร่อย -_-” และอีกสารพันจะสรรหา
นอกจากภาพดังว่าแล้ว ยังมีมุกขำขันเล็กๆ แทรกอยู่ในหนัง (ที่เราอุตส่าห์นึกว่าจะเป็นปมใหญ่อีกอย่าง) เช่น การนอกใจ การสารภาพความผิด พระเอกเจรจาสันติกับต้นไม้พลาสติก การเข้าไปในบ้านตัวอย่าง แล้วทำให้คนดูคิดว่านี่คือบ้านจริงๆ ที่เจ้าของบ้านรีบอพยพหนีไป หรือแม้แต่มุกที่ผู้ใหญ่ในประเทศคาดเดาว่านี่เป็นการจู่โจมจาก “ผู้ก่อการร้าย” ซึ่งอันหลังนี้ทำให้ขำตกเก้าอี้ เพราะเหมือนจะเสียดสีอยู่เล็กๆ ว่าคนในประเทศนี้เอะอะอะไรก็โทษผู้ก่อการร้ายไว้ก่อนเสมอ
ตอนแรกเอลเลียตสันนิษฐานว่าการที่คนอยู่รวมกลุ่มกันจำนวนมาก เป็นการกระตุ้นให้ต้นไม้ปล่อยสารเคมี แต่ก็ยังมีฉากหนึ่งที่หญิงชราที่มีอาการคุ้มดีคุ้มร้ายผู้ให้การช่วยเหลือชาวคณะ (จำได้คร่าวๆ ว่าแสดงโดยเบตตี้ บัคลี่ย์ ดาราชื่อดังจากบอร์ดเวย์) เธอเดินอยู่คนเดียว แต่พอลมพัดวูบมา ก็บังเกิดอาการ Out of Control แล้วเดินเอาหัวกระแทกฝาผนังบ้านแบบคนโรคจิตได้น่ากลัวมากๆ
ทำให้รู้สึกว่า สรุปแล้วแม้ว่าจะอยู่คนเดียวก็อาจโดนต้นไม้เล่นงานได้อยู่ดี
ระหว่างที่กำลังคิดเดาตอนจบอยู่ในใจ จู่ๆ พระเอกก็ตัดสินใจเดินออกมานอกบ้าน เพื่อจะข้ามไปหานางเอกที่อยู่บ้านหลังเล็กขนาดประมาณป้อมยามที่อยู่ใกล้ๆ อย่างไม่สนใจว่าลมจะแรงปานใด แล้วพวกเค้าทั้งสามก็เดินมาสวมกอดกันโดยไม่ปรากฎอาการซอมบี้แข็งทื่อ แล้วหนังก็สรุปสั้นๆ ว่า “อยู่ดีๆ มันก็หายไปเองล่ะ”
‘อยู่ดีๆ มันก็มา แล้วอยู่ดีๆ มันก็ไป’
ตอนท้าย หลังจากมีสัมพันธภาพอันแสนง่อนแง่นจวนเลิกรามาพักใหญ่ พอเหตุการณ์ร้ายผ่านไป (และทุกคนตายหมด ยกเว้นพระนาง และเด็กหญิงเจส) ทั้งสามย้ายมาอยู่ด้วยกัน อัลม่าตั้งท้องแล้วพวกเค้าก็มีชีวิตครอบครัวที่มีความสุขต่อไป
ว่าด้วยเรื่องความมีเหตุมีผลแล้วล่ะก็ไม่โดนใจเท่าไรนัก แต่ถ้าเรื่องความกลัวที่หลอนไปได้เอง เอาไปเลยเต็มร้อย
เป็นครั้งแรกที่นั่งไล่ดู Special Feature จดหมด ซึ่งความจริงน่าจะเรียก Documentary มากกว่า เพราะเป็นสัมภาษณ์เอ็มไนท์ล้วนๆ ถึงเบื้องหลังและเป็นการบอกเล่าเรื่องราวการทำงานในแต่ละฉาก ซึ่งแน่นอนล่ะ เพราะความเป็นมาของพล็อตเรื่องคงไม่มีอะไรจะบอกเล่าเท่าไหร่นัก แต่ก็เป็นพล็อตเรื่องที่แปลกดี มับเกือบจะล้ำลึกอยู่แล้ว แต่ขาดความสมจริงสมจังมากหน่อยเท่านั้นเอง อิอิ
ส่วนตัวชอบการทำงานเบื้อหลังฉากรถชนต้นไม้ที่ได้รู้ว่า ฉากนี้ต้องใช้เวลามากถึงขนาดไปทำมาเป็นภาพเคลื่อนไหวสามมิติ แล้วยังต้องพึ่งคอมพิวเตอร์ในการควมคุมกล้องให้เคลื่อนที่ได้จังหวะพอดีกับรถวิ่งอีกต่างหาก
อีกอย่างที่ชอบคือซูอี้ คนอะไรไม่รู้สวยจัง ตากลมโตมากๆ แล้วยิ่งเวลายิ้มนี่ก็น่ารักสุดๆ ไปเลยค่ะ
พูดถึงเพลงประกอบกันบ้าง
เพลงประกอบ the Happening สร้างสรรค์โดย James Newton Howard ซึ่งเป็นทั้งนักประพันธ์เพลง นักดนตรี และเรียบเรียงดนตรี จะเรียกว่าปู่เจมส์ก็คงได้ เพราะเกิดตั้งแต่ 9 มิถุนายน 1951 โน่นแหนะ
เพราะเป็นหนังหลอนประสาท เพลงประกอบจึงหลอนประสาทไปด้วย ฟังแล้วบีบหัวใจจนอยากเอาไปเป็นริงโทนมือถือ แล้วตั้งค่าให้เป็นเสียงสายเข้าจากเจ้านายเลยซะดีไหมนี่ อิอิ
เคยทำเพลงให้หนังเรื่อง Pretty Woman, the Price of Tide, the Fugitive, My Best Friend Wedding, Bat Man the Dark Knight รวมถึงหนังเรื่องอื่นๆ ของเอ็มไนท์ ได้แก่ the Village, the Six Sense, Lady in the Water, Unbreakable, Signs เป็นต้น
รางวัล
Best Score Soundtrack Album for Motion Picture จาก the Dark Knight (2009)
รางวัล Critics Choice Awards – Best Original Score จาก the Dark Knight (2009)
รางวัล Classical Brit Awards จาก Blood Diamond (2008)
รางวัล Emmy Award – Outstanding Main Title Theme Music จาก Gideon’s Crossing (2001)
รายชื่อ 18 เพลงหลอน
1. Main Titles (2:18)
2. Evacuating Philadelphia (2:21)
3. Vice Principal (1:56)
4. Central Park (2:58)
5. We Lost Contact (0:59)
6. You Can’t Just Leave Us Here (1:43)
7. Rittenhouse Square (1:59)
8. Five Miles Back (1:13)
9. Princeton (3:06)
10. Jess Comforts Elliot (2:31)
11. My Firearm Is My Friend (2:59)
12. Abandoned House (1:32)
13. Shotgun (4:27)
14. You Eyin’ My Lemon Drink? (4:28)
15. Mrs. Jones (1:44)
16. Voices (1:36)
17. Be With You (3:41)
18. End Title Suite (8:36)
ฟังเพลงได้ที่ Artist Direct
รายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งเกี่ยวกับหนังและเพลงประกอบได้ที่ the Happening@WikiPedia.org

