siridaily.com

Music, Blog & Daily life

Drag me to Hell

drag_me_to_hell1 Drag me to Hell ดูจะเป็นหนังที่หลายคนเฝ้ารอ เหตุเพราะชื่อแซม ไรมี่ ปะหน้า เป็นที่น่าจับตามองว่าผู้กำกับที่ฝากผลงานไว้ใน Spider man ทั้ง 4 ภาค (รวมภาค 4 ที่มีกำหนดจะเข้าฉายในปี 2011 ด้วย) จะทำหนังสยองขวัญเรื่องนี้ออกมาเป็นอย่างไร

แซมเคยกำกับหนังสยองขวัญเลื่องชื่ออย่าง Evil Dead, Evil Dead II มาแล้ว ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้น สมัยเพิ่งย่างเท้าเข้าสู่วงการภาพยนตร์ เมื่อยังเป็นผู้กำกับมือใหม่ แซมกำกับหนังสั้นแนวสยองขวัญไว้ถึง 4 เรื่อง ภายในระยะเวลา 2 ปีตั้งแต่ 1977-1978 หลังจากนั้นเขาก็กำกับหนังสยองขวัญอยู่หลายเรื่อง เช่น Crime Wave, the Gift, Army of Darkness  แล้วหันไปกำกับหนังหนังซูเปอร์ฮีโร่บ้าง (Dark Man) ดราม่าบ้าง (A Simple Plan) จึงนับได้ว่าหนังสยองขวัญสำหรับแซมก็อาจเป็นแค่ขนมหวานไว้เคี้ยวเล่นก็เป็นได้

เป็นอีกเหตุผลว่าเหตุใดคอหนังสยองขวัญจึงรอคอยกันเหลือเกิน

ครินทีน บราวน์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อของธนาคารในลอสแองเจลิส ผู้มาจากครอบครัวชาวไร่ในชนบท เธอทำงานที่นี่มานาน และก็หมายมั่นจะพิชิตเก้าอี้ผู้ช่วยผู้จัดการที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับโต๊ะทำงานของตัวเองให้ได้ สถานการณ์ไม่ง่ายดายนัก เพราะพนักงานใหม่จอมแสบชื่อสตู ที่ดูก็รู้ว่าพยายามล็อบบี้เจ้านายทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองได้ตำแหน่งนี้ไปเช่นกัน

เรื่องพื้นเพดั้งเดิมของตัวเอง กลายเป็นปมด้อยของเธอไปทันที เมื่อแฟนหนุ่มของเธอ เคลย์ ดาลตั้น อาจารย์มหาวิทยาลัยมาจากครอบครัวที่ฐานะค่อนข้างดี และออกจะไม่เห็นด้วยเท่าไหร่นักที่เคลย์ตัดสินใจคบจนถึงขั้นจริงจังกับเธอ

นั่นเป็นความกดดันอีกชั้น และเมื่อหญิงชราชาวยิปซีที่ชื่อซิลเวีย กานัช มาทำเรื่องขอผัดผ่อนค่างวดบ้านออกไปอีกครั้ง คริสทีนต้องเด็ดขาดพอเพื่อตำแหน่งที่เธอต้องการ ดังนั้นคำตอบของเธอจึงออกมาเป็น “ไม่อนุมัติ” และนั่นคือจุดเริ่มต้นของคำสาปจากยายเฒ่าจอมสยอง ที่เรียก “ลาเมีย” วิญญาณร้ายมาเพื่อเอาชีวิตเธอสู่นรกภายใน 3 วัน

ชักจะยังไงๆ กับตัวเองอยู่เหมือนกัน ทั้งที่ออกตัวมาตลอดว่าเป็นคนกลัวผี แถมขี้ตกใจ จู่ๆ ก็สนใจหนังเรื่องนี้ขึ้นมา เพียงเพราะคำว่า..“หักมุม” คำเดียวเลย (เอ่ นี่ถือเป็นสปอยล์หรือเปล่า ?) หนังสองสามเรื่องที่ผ่านมาก็เป็นหนังสยองๆ ซะเยอะ ตอนนี้ชักเริ่มสงสัยแล้วว่าตัวเองอาจจะเป็นพวกโรคจิตหรือเปล่า กลัวผีแต่ชอบดูหนังผีอะไรทำนองนี้

แต่ก็เอาเถอะ ยังไงก็ไปดูมาแล้ว ^^

ยังไม่ทันได้ดูหนัง แต่ก็ชอบใจเครดิตตอนเริ่มต้นเรื่อง ที่เชื่อมโยงกับอารมณ์และสัญลักษณ์ในเรื่อง ชื่อทีมงานมีลักษณะเป็นเงาดำเลื้อยไปตามวัตถุต่างๆ แล้วสลายหายไปเหมือนควัน เครดิตสวย ดูดี และดูว่าทีมงานใส่ใจกับเครดิตพอควร

จากตัวอย่างหนังที่เคยดูทำให้จินตนาการไปว่า Drag me to Hell คงทำให้กลัวจนนั่งไม่ติดเก้าอี้แน่ๆ แต่ของจริงไม่ได้น่ากลัวเท่าตัวอย่าง (ต้องชมทีมตัดต่อใช่ไหมเนี่ย) บางตอนก็หลุดออกจากอาการกลัวกลายเป็นขำอย่างไม่ตั้งใจ ที่มากกว่าสยดสยองคือความรู้สึกขยะแขยง กับระดับเสียงที่ดูจะเปิดดังมากกว่าปกติ และอีกอย่างที่สำคัญคือ…แอร์-เย็น-มาก (หนาวจนสั่นดิกๆๆ)

ขโมยซีนสุดๆ คือ คุณยายกานัช ออกมาฉากแรกก็สยองแล้ว ทั้งตาขาหนึ่งที่เสียไป ฟันปลอมน้ำลายยืด แถมแหว่งๆ วิ่นๆ ยังกับฟันหมาป่า แล้วป้าแกยังตามมาหลอนหลอนตลอดเรื่อง จนอยากจะยกตำแหน่ง จอมขโมยซีนแสนอึด ให้ไปเลย

แอบรู้สึกว่านางเอกหน้าเหมือนคุณปาน ธนพร เวอร์ชั่นหน้ายาว แล้วก็ สตู หน้าตาแบบขี้โกงสุดๆ นั่งอยู่เฉยๆ ก็รู้สึกว่าเป็นคนไม่น่าคบอย่างแรง บอกว่าเข้าถึงบทบาทน่าจะถูก และรู้สึกคุ้นๆ กับหน้าตาพระเอกว่าเหมือนนักร้องคนไหนซักคน แต่ก็นึกไม่ออก กับความลับของการแก้คำสาปที่คุณพี่หมอดูเพิ่งมาบอกเอาตอนท้าย นำไปสู่ตอนจบที่ทำให้คนดูทั้งโรงเผลอรำพันออกมาเบาๆ ว่า

“…………………”   (บอกไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวสปอยล์ อิอิ)

99 นาทีกับหนังสยองพอประมาณ สนุกใช้ได้ ให้แบบไม่สนใจนักวิจารณ์ เอาไป สามดาวครึ่งเต็มห้า
ป.ล. ซื้อตั๋วสองที่นั่ง แถมโปสเตอร์ ทไวไลท์ ภาคนิวมูน ถ้าอยากได้โปสเตอร์ อย่าลืมหาเพื่อนไปดูนะคะ :-)

Most Commented Posts

Tagged as:

Leave a Response

IMPORTANT! To be able to proceed, you need to solve the following simple math (so we know that you are a human) :-)

What is 5 + 11 ?
Please leave these two fields as-is: