Bride Wars
Bride Wars
กำกับโดย Gary Winick ผลงานอื่นๆ ของเขาก็เช่น 13 Going 30 และ Charlotte’s Web
เป็นครั้งแรกที่เคท ฮัดสัน โคจรมาพบกัน แอน แฮททาเวย์ ในบทบาทของสองสาวเพื่อนซี้ที่แชร์ทุกเรื่องราวในชีวิตด้วยกันเสมอ และต่างมีความฝันเหมือนกันว่าวันหนึ่งจะต้องได้เข้าพิธีแต่งงานที่ the Plaza ซึ่งเป็นความฝันสูงสุดของเธอทั้งคู่ก็ว่าได้ แต่แล้วความฝันอันใหญ่ยิ่งกลับเป็นที่มาแห่งรอยร้าวฉานในความสัมพันธ์ไปซะได้
ลิฟ ทำงานเป็นทนายความ ซึ่งไปกันได้ดีกับอุปนิสัยที่ชอบเอาชนะ นิยมความสมบูรณ์แบบ ต้องการเป็นผู้นำล้ำหน้าในทุกเรื่อง และ เอ็มมา เป็นครูสาวหัวอ่อน เรียบร้อย และมักเป็นฝ่ายยอมคนอื่นเสมอ แม้จะต่างกันสุดขั้วแต่ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนดำเนินไปอย่างราบรื่นไร้รอยต่อยาวนานนับสิบปี
ในขณะที่ลิฟไปค้นเจอแหวนหมั้นของแฟนหนุ่มเข้าโดยบังเอิญ เอ็มก็ถูกแฟนหนุ่มที่คบกันมานานขอแต่งงานเข้าแล้ว ความอดทนของลิฟสิ้นสุดและสติแตกจนต้องไปคาดคั้นกับแฟนของตัวเอง (ท่ามกลางสายตาเพื่อนร่วมงานนับร้อย) ว่า “คุณจะแต่งงานกับฉันไหม”
ต่อมาทั้งสองสาวต่างจูงมือกันไปใช้บริการ Wedding Planner ที่มีชื่อเสียง แน่นอนว่าพวกเธอก็ต้องการจัดงานที่ the Plaza ในเดือนมิถุนายน (ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นสถานที่และช่วงเวลาท็อปฮิตของคู่บ่าวสาวที่นั่น) ทั้งสองต่างก็เลือกอีกฝ่ายเป็นเพื่อนเจ้าสาวของตัวเอง ทุกอย่างดูเหมือนจะดำเนินไปด้วยดี จนกระทั่งผู้จัดงานแจ้งว่าเกิดความผิดพลาดขึ้น และตารางเวลาของทั้งสองคนจะต้องถูกจัดขึ้นในวันเดียวกัน นั่นหมายความว่าต้องมีใครสักคนเลื่อนวันแต่งงานออกไป.. แต่ข่าวร้ายก็คือวันอื่นๆ ในเดือนมิถุนายนถูกจองเต็มหมดแล้ว และไม่มีใครจะยอมยกเลิกแน่ๆ รวมทั้งลิฟและเอ็มม่าด้วย
แม้จะยอมให้กันมาตลอด แต่งานนี้พวกเธอเดินหน้าแล้วไม่มีคำว่าถอย (แน่นอน.. นั่นมันความฝันสูงสุดของผู้หญิงนี่นะ) จากเพื่อนซี้แปรเปลี่ยนมาเป็นนางมารร้ายที่ทำทุกอย่างให้งานแต่งงานของอีกฝ่ายล่ม เรื่องราวตอนนี้ก็เต็มไปด้วยนานาสารพัดการกลั่นแกล้งกันและกัน ไม่มีใครยอมใครต่อไปอีก นอกจากการเตรียมงานแต่งที่แสนยุ่งแล้ว เวลาในแต่ละวันยังหมดไปกับการวางแผนแกล้งอีกฝ่าย บางตอนขำ อดคิดในใจไม่ได้ว่า..ถ้าเป็นเรา คงไม่แต่งพร้อมเพื่อนตั้งแต่แรกแล้วล่ะ (หรือไม่ก็ไม่แต่งมันซะเลย–ขี้เกียจ ฮ่าๆ เอาตังค์ไปเที่ยวดีกว่า)
ความฝันของใครย่อมเป็นเรื่องใหญ่ของคนนั้น ทว่าการทำตามฝันจนลืมสัมพันธ์คนรอบข้าง ก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่ยืนกำเสาธงโดดเดี่ยวบนยอดเขาสูงชัน ในที่สุดทั้งลิฟและเอ็มต่างก็รู้ซึ้งว่า ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าคำว่า “เพื่อน” ที่มีให้กันมาเป็นสิบปีไปได้


น่าดูเพราะสองดารา แต่ไม่ค่อยชอยพล็อตเรื่องเท่าไร แบบเห็นด้วยว่าจะไปจัดพร้อมเพื่อนทำไมอะ
หนังพยายามปูเรื่องมาว่า การแต่งงานเป็นความฝันอันสูงสุดของสองสาว
และ the plaza ก็เป็นความฝันอันยิ่งใหญ่ของสองสาวอีกเหมือนกัน
ตอนแรกสองสาวไม่ได้ตั้งใจจัดงานวันเดียวกันค่ะ แต่เกิดความผิดพลาดทางเทกกะนิกของ wedding planner
แล้วไม่มีใครยอมถอยเลยซักคน ก็เลยต้องจัดวันเดียวกันด้วยประการฉะนี้
งึมๆๆ แต่สำหรับเรา ไงเพื่อนก็สำคัญกว่านะ หรืออีกนัยหนึ่งคือพิธีแต่งงานไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่ ดังนั้นเหตตุการณ์นี้ไม่มีวันเกิดขึ้นแน่ในชีวิตจริงของเรา อิอิ