Australia : สงครามและความรัก

เหตุการณ์ในเรื่อง Australia เกิดขึ้นต่อเนื่องจากอ่าวเพิร์ล ฮาร์เบอร์ถูกโจมตีโดยกองทัพญี่ปุ่นเมื่อปี 1941 นอกเหนือจากวิวทิวทัศน์ที่มีทั้งสวยงามและแห้งแล้งโหดร้าย ที่สัมผัสได้ชัดเจนคือการเหยียดผิวซึ่งเป็นเรื่องแสนธรรมดาของยุคสมัยนั้น การฉ้อโกง ความโลภ และตัณหาของมนุษย์ที่อยู่คู่โลกมาตราบนิรันดร์ รวมถึงชนเผ่าพื้นเมืองที่มีจุดจบไม่ต่างกันเลยในหลายทวีปบนโลกใบนี้
บาซ เลอร์มาน (Baz Luhrmann) ผู้เขียนบท, ผู้อำนวยการสร้าง, และผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง
ผู้คว้ารางวัลออสการ์ (Academy Award-winning) จากภาพยนตร์เพลง Moulin Rouge
สามีของเลดี้ซาร่าห์ แอชลีย์ (นิโคล คิดแมน) ไปทำงานที่ออสเตรเลียและประสบปัญหาการเงินอย่างหนัก สิ่งสุดท้ายที่เขาตั้งใจจะทำก็คือการขายไร่ Far Away Downs นี้ซะ นั่นจึงเป็นเหตุผลให้เธอต้องรอนแรมทางไกลไปจากอังกฤษ และด้วยการนำทางของโดรเวอร์ (ฮิวจ์ แจ็คแมน) ทำให้ทั้งสองได้พบกัน แม้มิตรภาพจะเป็นไปแบบไม่สวยงามเท่าไหร่ แต่สุดท้ายเธอก็มาถึงไร่จนได้ สิ่งที่เธอได้พบคือร่างไร้ลมหายใจของสามีซึ่งเป็นผลจากฝีมือของใครคนหนึ่งที่มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง
จากตอนแรกที่มาเพื่อตัดสินใจจะขาย ในที่สุดเลดี้ซาร่าห์เปลี่ยนใจที่จะรักษามันไว้ ทั้งไร่ Far Away Downs, นัลลาห์ เด็กชนเผ่าอะบอริจิ้น และมิตรภาพระหว่างเธอกับนักต้อนวัวผู้มีใบหน้าเคร่งขรึมตลอดเวลาอย่างโดรเวอร์ ด้วยมิตรภาพนี้เองทำให้เธอ โดรเวอร์ นัลลาห์ สามารถฟันฝ่าอุปสรรคระยะทางไกลมาจนถึงอังกฤษบ้านเกิดได้สำเร็จ และเกิดเป็นครอบครัวใหม่ขึ้นที่นี่
ตอนท้ายของเรื่องมีแถลงการณ์คำขอโทษจากรัฐบาลต่อชาวอะบอริจิ้นที่เคยกระทำการต่างๆ นานาทั้งคุกคามและริดรอนสิทธิหลายอย่าง จนทำให้ชนเผ่านี้สูญหายไปจากออสเตรเลียในที่สุดด้วย
อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ความรู้เรื่องประเทศออสเตรเลีย


เรื่องนี้คาดหวังไว้สูงมาก เพราะว่าชอบ บาซ เลอห์แมนมากๆ สามเรื่องที่เป็น red curtain triology ก่อนหน้าของเขา ฉันก็ชอบหมด แต่พอมาดูเรื่อง Australia ซึ่งก็ชอบนิโคล คิดแมนมากๆ ก็ยังรู้สึกว่าครึ่งหลังของเรื่องน่าเบื่อ อีกอย่างถ้าให้เทียบถึงสิ่งที่รัฐบาลออสเตรเลียทำกับชาวอะบอริจิน ในเรื่องของเด็กลูกครึ่ง เรื่อง Rabbit-Proof Fence (2002) ของ Phillip Noyce ทำได้แบบถึงแก่นกว่ามากเลยอะค่ะ
เท่าที่ดูเนื้อหาจะเน้นทางรักโรแมนติกมากซะมากกว่าอย่างอื่น
อาจจะเป็นเพราะประเด็นต่างๆ ค่่อนข้างเป็นเรื่องอ่อนไหวมั้งคะ เลยไม่อยากแตะตรงๆ (เดาล้วนๆ)
ปกติไม่ได้ติดตามงานของบาซ เลอห์แมนแบบเป็นกิจจะลักษณะเท่าไหร่ เลยไม่รู้ว่าส่วนใหญ่ผู้้กำกับคนนี้ทำงานแนวทางประมาณไหนด้วยค่ะ
ต้องไปลองตามหางานที่คุณ cotton แนะนำบ้างแล้ว