ไอ้หนุ่มซูชิ : ไม่ใช่แค่ซูชิ

ไอ้หนุ่มซูชิ โดยสำนักพิมพ์บูรพัฒน์ เรื่องและภาพประกอบโดย Tsukumo Shin/Sato Terushi
ก่อนหน้าที่จะมาอ่านเรื่องนี้ เราเป็นแฟนประจำเรื่องไอ้หนูซูชิมาก่อน จับพลัดจับพลูอย่างไรก็นานเกินความจำ แต่สุดท้ายก็กลับมาติดเรื่องนี้แทนไปซะแล้ว
[ad#ad-1]
ทั้งสองเรื่องมีความแตกต่างกันในเนื้อหา แม้ว่าจะเป็นเรื่องซูชิเหมือนกัน ไอ้หนูซูชิเน้นเรื่องราวของคนทำซูชิ ความอดทน และการต่อสู้เพื่อสิ่งที่ตัวเองรัก ที่สามารถพูดได้ว่าเนื้อเรื่องส่วนใหญ่ค่อนไปทางดราม่า ไอ้หนุ่มซุชิพูดถึงความรักในอาชีพเหมือนกัน และสอดแทรกความรู้เรื่องซูชิแบบเข้มข้นมาเป็นระยะ ดังตัวอย่างที่ยกมาด้านล่าง
“ว่ากันว่าปลาหมึกที่ตกได้แถบทะเลญี่ปุ่นมีประมาณ ๘๐ ชนิด ในจำนวนนี้มีไม่กี่พันธุ์ที่นำมาทำเครื่องซูชิ
โคอิกะหรือซึมิอิกะ ลูกปลาหมึกจะฟักเป็นตัวในช่วงสิงหาคม ก่อนจะมีให้จับมากมายในช่วงเมษายน ส่วนที่ใช้กันตามร้านซุชิสายพานคือมงโกอิกะ ซึ่งมีเนื้อหนาและนุ่ม แต่ไม่หวานอร่อยเท่ากับโคอิกะ
นอกนั้นก็มีซึรุเมะอิกะ ที่มักเอาไปทำซึรุเมะ (ปลาหมึกตากแห้ง) แล้วก็เคนซากิอิกะ
ในจำนวนนี้ ที่อร่อยที่สุดคืออาโออิกะ ซึ่งจะมีมากในช่วงฤดูร้อน อาโออิกะถือเป็นวัตถุดิบชั้นสูงและถูกเรียกว่าราชาแห่งปลาหมึก เนื่องจากความอร่อยของมัน”
ข้อความเหล่านี้ เมื่อนำมาเขียนต่อกันเป็นพืด ทำให้รู้สึกไม่น่าอ่าน เหมือนยาขม แต่เมื่อนำมาขยายความประกอบภาพ ทำให้ไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องหนักสมองเกินไป นั่นจึงเป็นข้อดีอันดับแรกของการ์ตูน (ที่คัดมาแล้วว่าดี ควรค่าแก่การอ่าน ไม่ใช่การ์ตูนในแบบที่ผู้ปกครองต้องจับตามองเป็นพิเศษแบบที่เคยเป็นข่าวกันมา)
จะว่าไปแล้ว การ์ตูนดีๆ แบบนี้เปรียบได้กับสารานุกรมเล่มใหญ่ที่น่าอ่าน เป็นขนมที่กินได้ตลอดเวลาโดยไม่ทำให้อ้วนหรือเสียสุขภาพ ถ้าบ้านเราจะทำสารานุกรมแบบนี้ออกมากันมากๆ ก็คงจะดี เพราะหลายครั้งทีเดียวที่ความรู้หลายอย่าง เราก็ได้มาจากการ์ตูนนี่เอง
เนื้อหาในเล่มถูกแบ่งออกเป็นตอนย่อยๆ เช่นการ์ตูนปกติทั่วไป เล่มแรกๆ กล่าวถึงอุปสรรคในการทำซูชิของตัวเอก หรือชุนจัง ซึ่งครอบครัวก็ทำซูชิกันมาหลายรุ่น จนเป็นมกดกตกทอดทางวิชาชีพ แล้วต่อมามักเป็นเรื่องราวสารพันปัญหาคนที่แวดล้อมชุนจังเป็นส่วนใหญ่ โดยปัญหาต่างๆ จบลงได้ด้วยอาศัยซูชิเป็นครูสอนใจ
ปัจจุบันเล่มล่าสุดคือเล่มที่ 21 เหมาะเหม็งสำหรับคนชอบกินซูชิ แม้แต่คนที่รู้จักอาหารญี่ปุ่นอยู่ไม่กี่เมนูแบบเรา อ่านจบแล้วยังอยากกินขึ้นมาทันที
เผื่อว่าครั้งหน้าไปกินซูชิ ก็จะกินด้วยความรู้สึกใกล้ชิดสนิทสนมมากกว่าเดิมขึ้นมาอีกนิด

